wcdonald.com

December 28, 2011

อุ่นใจหลังคลอดด้วยครอบครัว

Filed under: Uncategorized — admin @ 1:38 pm

หลังคลอดเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องปรับตัว ปรับใจ เพื่อรับมือกับภารกิจที่เพิ่มขึ้นหลายอย่าง ซึ่งถ้าได้ผู้ช่วยอย่างสามีหรือครอบครัว จะทำให้คุณแม่อุ่นใจและมั่นใจในตนเองมากขึ้นค่ะ

            แน่ นอนค่ะว่าหลังคลอดลูก หน้าที่หลักในการเลี้ยงลูกต้องเป็นของคุณแม่อยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ ในระหว่างที่กำลังปรับตัวปรับใจกับหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนไป รวมถึงสมาชิกคนใหม่ของบ้าน คุณสามีและคนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่พี่น้อง สามารถช่วยเหลือคุณแม่หลังคลอด ให้รู้สึกคลายความกังวล และอุ่นใจ รวมทั้งช่วยกันเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อย ทั้งนี้จะทำให้คุณแม่พักฟื้นได้ไว สบายใจปรับตัวได้เร็ว ไปดูกันค่ะว่า หลังคลอดคุณแม่ต้องเจอกับอะไร และคุณสามีกับครอบครัวจะมีส่วนช่วยได้อย่างไร

คุณแม่หลังคลอดรู้สึกอย่างไรบ้างนะ?

            นี่คือความรู้สึกของคุณแม่หลังคลอดที่มีต่อร่างกาย จิตใจ และภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบค่ะ

          ต้องดูแลตัวเองหลังคลอดอย่างไรดี

          กังวลเรื่องสรีระร่างกาย ความสวยความงาม จะลดความอ้วนได้มั้ยนะ

          การแบ่งเวลา ให้กับลูกและสามีรวมถึงแบ่งเวลาให้ตัวเอง

          กังวลเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ว่าจะมีน้ำนมพอไหม จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทำอย่างไรน้ำนมจึงจะมามาก

          มดลูกจะเข้าอู่หรือยัง จะต้องคุมกำเนิดแบบไหนดี เริ่มมีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อใด

          อาจจะมีอาการณ์แปรปรวนได้บ่อยครั้ง

          เครียดกับความเปลี่ยนแปลง เมื่อต้องกลายเป็นคุณแม่ที่มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น

          เวลาพักผ่อนน้อยลง เพราะต้องเลี้ยงดูลูก

          กังวลกับรูปร่างที่เปลี่ยนไป สามีจะยังรักและความสัมพันธ์จะเหมือนเดิมหรือไม่

          มีงานในบ้านที่ต้องทำมากมาย จะทำไหวมั้ย จะจ้างพี่เลี้ยงดีหรือเปล่า

          ถ้าเหนื่อยมาก ๆ หมดแรง ท้อแท้ จะมีคนช่วยให้กำลังใจหรือไม่

            เห็น ไหมคะหลังคลอดลูกปลอดภัยแล้วก็ใช่ว่าคุณแม่จะสบายใจ เพราะมีเรื่องให้ต้องคิด และรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อยทีเดียวค่ะ ซึ่งความรู้สึกดังกล่าวนี้จะดีขึ้นได้ หรืออาจจะหายไปเร็วขึ้น ถ้าได้ผู้ช่วยดี ๆ อย่างสมีและคนในครอบครัวค่ะ

สามี-ครอบครัว ผู้ช่วยมือหนึ่งแม่หลังคลอด

            บ้าน ไหนที่อยู่กันเองตามลำพังสามีภรรยา คุณสามีก็อาจต้องรับบทหนักในการช่วยเหลือคุณแม่หลังคลอด แต่ถ้าอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ หรือมีคุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วย ก็จะมีผู้ช่วยมากขึ้น

            นอก จากนี้ความสบายใจของคุณแม่ ยังขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์เดิมของคนในบ้านด้วยนะคะ ถ้าบ้านไหนเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมีความเข้าใจกันมาก ระยะหลังคลอดก็ปรับตัวได้เร็ว แต่ถ้าความสัมพันธ์ในบ้านไม่ดีนัก จะทำให้คุณแม่เครียดเป็น 2 เท่า เพราะหลังคลอด เป็นอีกหนึ่งช่วงที่คุณแม่ต้องการกำลังใจอย่างมากเลยค่ะ

            และนี่คือสิ่งที่ผู้ช่วยมือหนึ่งทั้งหลายสามารถทำได้ เพื่อแบ่งเบาภาระคุณแม่หลังคลอด

             1.เริ่มจากการคิดและสร้างทัศนคติที่ดีในการดูแลคุณแม่ เพราะว่าคุณแม่มีความเหนื่อยล้า จะว่าไปคุณแม่ก็เจ็บปวดจากการคลอดมาแล้วและต้องให้นมลูกต่อด้วย เป็นหน้าที่ที่หนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ถ้าคุณสามีและครอบครัวเข้าใจ รู้ซึ้งถึงความรู้สึกของคุณแม่ ก็จะเข้าใจและสามารถให้กำลังใจ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือด้วยรักและเข้าใจ

             2.เข้าใจความกังวลและปัญหาช่วงหลังคลอดของคุณแม่ ซึ่ง คุณแม่แต่ละคนก็มีปัญหาแต่ละแบบแตกต่างกัน ดังนั้นสามี และคนในครอบครัวต้องคอยสังเกต อาจแสดงทางสีหน้า แววตาน้ำเสียง แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดคือ การพูดจาสื่อสารกันด้วยความรัก จะทำให้ครอบครัวเอาชนะและผ่านปัญหาไปด้วยกัน

             3.ทำแทนในทันที สามี หรือคนในครอบครัว ถ้าเห็นว่าอะไรที่น่าจะช่วยเหลือหรือทำแทนได้ก็ลงมือได้เลยค่ะ โดยไม่ต้องให้คุณแม่คอยบอก และอย่าไปคิดว่าอันนี้คือหน้าที่ของผู้ชายหรือผู้หญิง แต่ให้คิดว่าทำได้ทำเลย หรืออาจจะลองฝึกงาน บางอย่างที่ไม่เคยทำ เช่น ช่วยดูแลลูก อุ้มเรอนม กล่อมนอนเปลี่ยนผ้าอ้อม อาบน้ำ ล้างขวดนม ทำงานบ้าน เป็นต้น เพื่อให้คุณแม่ได้พักเหนื่อย คลายกังวล คลายเครียด และยังรู้สึกว่าสามียังรักอยู่เสมอ

            คุณ พ่อต้องตระหนักว่า การได้ทำหน้าที่เป็นคุณพ่อ ถือเป็นบทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่าหน้าที่การงานอีกหลายอย่าง เพราะหน้าที่นี้ คือการสร้างคน โดยเฉพาะคนที่กำลังจะมาเป็นตัวแทนของคุณพ่อ การได้มีส่วนช่วยดูแลตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนคลอดคือความภูมิใจ และสร้างความรักความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูกด้วยนะคะ

ท้องที่ 2..3..4 ก็ยังต้องช่วย

            หลาย คนอาจจะเข้าใจว่า ถ้าคุณแม่ไม่ใช่คุณแม่มือใหม่แล้ว ก็น่าจะสามารถจัดการอะไรได้ดีขึ้น การช่วยเหลือจากสามีและคนรอบข้างอาจจะไม่ต้องมากเหมือนท้องแรก ซึ่งมีส่วนถูกนะคะ แต่ไม่ทั้งหมด คุณแม่อาจจะพอรับมือกับความรู้สึกบางอย่างได้ แต่ก็ยังคงต้องการความช่วยเหลือจากคุณสามีและคนรอบข้างอยู่ เพราะยิ่งเป็นท้อง 2-3-4 ด้วยแล้ว ยิ่งต้องการมาก เนื่องจากมีลูกที่ต้องช่วยกันดูแลเพิ่มขึ้น มีปัญหาให้ต้องรับมือมากขึ้น อีกทั้งเรื่องของเวลาและความเอาใจใส่ให้กับลูกคนโต ที่จะทำให้เขาไม่เกิดความรู้สึกอิจฉาน้อง ซึ่งตรงนี้สามีหรือครอบครัวจะมีส่วนช่วยได้มากค่ะ

            เพราะ คุณสามีและคนในครอบครัวคือคนสำคัญ ที่จะเป็นกำลังใจคอยช่วยเหลือให้คุณแม่ฟื้นตัวโดยเร็ว และจะยิ่งทำให้เกิดความรักความผูกพันที่แน่นแฟ้น ครอบครัวอบอุ่น และมีความสุขกันทุกฝ่ายค่ะ

 

December 24, 2011

10 เคล็ดลับเลือกเครื่องสำอาง ของสาวผิวแพ้ง่าย

Filed under: Uncategorized — admin @ 10:07 pm

ครื่องสำอางถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่ห้าสำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ ซึ่งผิวหนังทุกคนมีความแตกต่างกันเป็นธรรมดา แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย (sensitive skin) แพทย์หญิง Zoe Diana Draelos ซึ่งเป็นอาจารย์แพทย์ผิวหนังที่ Woke Forrest University School of medicine ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำว่า ผู้หญิงทั้งหลายควรมีความรู้เกี่ยวกับส่วนประกอบของเครื่องสำอางที่ตนเองกำลังเลือกซื้อ และได้แนะนำเคล็ดลับ 10 ประการไว้ดังนี้ เลือกแบบแป้งดีกว่าแบบเหลว เนื่องจากผลิตภัณฑ์ชนิดแป้งสามารถที่จะช่วยดูดซับความมันของผิวหนังได้ และยังมีส่วนประกอบจำพวกสารกันเสียและสารชนิดอื่นๆในปริมาณที่น้อย ทำให้โอกาสที่จะเกิดการแพ้หรือการระคายเคืองน้อยกว่าชนิดที่เป็นน้ำ หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางกันน้ำ เพราะเครื่องสำอางสำหรับเช็ดคราบชนิดที่กันน้ำนั้นต้องมีองค์ประกอบของสารละลายอินทรีย์หลายชนิดผสมกัน โอกาสที่จะทำให้ผิวหนังเกิดอาการแพ้และระคายเคืองจึงมีมาก อย่าใช้เครื่องสำอางเก่าและหมดอายุ สังเกตวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ ถ้าสินค้าเก่าเก็บจนเลยวันหมดอายุ อย่าซื้อใช้โดยเด็ดขาด หรือหากซื้อมาใช้และใช้นานเป็นปีจนเลยวันหมดอายุ ก็ควรโยนทิ้ง ไม่ต้องเสียดาย เพราะอาจนำผลร้ายมาสู่สุขภาพผิวหนังได้ การเลือกใช้ดินสอเขียนขอบตาและมาสคาร่า ควรเลือกเป็นสีดำจะปลอดภัยกว่าสีอื่นๆ และโอกาสแพ้จะมีน้อยกว่า ใช้ดินสอเขียนขอบตาและคิ้ว ดีกว่า eyeliner ชนิดเหลว ผลิตภัณฑ์ชนิดแท่ง เช่น ดินสอ จะมีองค์ประกอบหลักจำพวกแวกซ์ และองค์ประกอบอื่นๆอีกเล็กน้อย ทำให้โอกาสแพ้ลดลง แถมยังล้างออกง่ายกว่า เลือกใช้สีทาเปลือกตาชนิดเอิร์ทโทนจะระคายเคืองน้อยกว่าสีโทนอื่นๆ สีในกลุ่มเอิร์ทโทน เช่น สีแทน สีครีม สีขาว หรือสีเนื้ออ่อน จะทำให้โอกาสในการเกิดการแพ้หรือระคายเคืองน้อยกว่าสีชนิดอื่นๆ เพราะสีเข้มมากๆมักจะได้จากการผสมเคมีหลายๆชนิดเข้าด้วยกัน โอกาสแพ้จึงมีสูงกว่า ตรวจสอบสารกันแดดว่าปลอดภัยหรือไม่ โดยทั่วไป FDA และแพทย์ผิวหนังมักจะแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF ประมาณเบอร์ 15 และต้องสามารถกรองได้ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายไม่แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดชนิดที่เป็นสารเคมี ควรเลือกใช้ครีมกันแดดชนิดที่สะท้อนรังสี หรือที่เรียกกันว่า Physical sunscreen ซึ่งมีผลแป้งไทเทเนียมไดออกไซด์ (TiO2) และ ZnO เป็นองค์ประกอบ เลือกเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมน้อยกว่า 10 ชนิด เป็นหลักการง่ายๆว่า ถ้ามีส่วนประกอบน้อย โอกาสที่จะแพ้หรือระคายเคืองก็ย่อมจะน้อยเป็นธรรมดา อย่าให้ยาทาเล็บโดนผิวอ่อนบางหรือเยื่อบุ เวลาที่เราทำเล็บและเล็บยังไม่แห้งดี เราอาจะเอาเล็บไปโดนใบหน้าหรือตา ซึ่งทำให้มีโอกาสแพ้สูง เพราะเป็นผิวหนังที่อ่อนไหวและบอบบาง จึงควรระวังเวลาใช้ทุกครั้ง เลือกครีมรองพื้นชนิดที่มีซิลิโคน ถ้าจำเป็นต้องใช้ครีมรองพื้นชนิดเหลว ก็แนะนำให้เลือกชนิดที่มีองค์ประกอบเป็นน้ำมันซิลิโคน เพราะสารซิลิโคนได้ผ่านการวิจัยมานานแล้วว่าไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ต่อผิวหนังเลย

December 15, 2011

15 เคล็ดลับดูแลสุขภาพ พร้อมรับลมหนาว

Filed under: Uncategorized — admin @ 3:25 pm

 ฤดูหนาวที่กำลังมาเยือนอาจทำให้หลายคนเจ็บไข้ได้ป่วย หรือผิวแห้งแตกลอกได้ง่าย ๆ วันนี้มีเคล็ดลับดูแลสุขภาพ ให้คุณพร้อมสู้กับลมหนาวในปีนี้มาฝาก

           1.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้เพียงพอและครบหมู่ ดื่มน้ำมาก ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ตรากตรำทำงานหนักจนเกินไป

           การรักษาสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง จะช่วยให้คุณพร้อมสู้กับโรคภัยไข้เจ็บที่พบได้บ่อยในฤดูหนาว เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่เกรงกันว่าจะระบาดระลอกที่ 2 ด้วย

           2.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และยาเสพติดต่าง ๆ เนื่องจากจะทำให้สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรม เท่ากับเพิ่มโอกาสที่จะติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

           3.อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงสถานที่ชุมชนที่แออัดยัดเยียด โดยเฉพาะหากมีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่

           4.ล้างมือบ่อย ๆ เพราะอาจไปสัมผัสเชื้อโรคที่ติดอยู่ตามสิ่งของต่าง ๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ปุ่มลิฟต์ โทรศัพท์สาธารณะ เป็นต้น

           5.หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย และไม่ควรใช้ของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ จานชาม ช้อนส้อม

           6.หากป่วยแล้วมีอาการไอหรือจาม ควรมีผ้าปิดปากและจมูก หรือสวมหน้ากากอนามัย

           7.ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด อาการจะกำเริบได้ง่ายในฤดูนี้ นอกจากอากาศเย็นที่เป็นสาเหตุโดยตรงแล้ว ก็อาจเนื่องมาจากฤดูหนาวจะมีฝุ่นมาก หรืออากาศหนาวทำให้เราต้องนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาอยู่ร่วมกันในบ้าน หากแพ้ขนสัตว์ก็จะทำให้อาการกำเริบมากขึ้น หรือการนอนนาน ๆ ในฤดูหนาวซึ่งมืดเร็วและสว่างช้า ก็เพิ่มโอกาสที่จะทำให้แพ้ตัวไรฝุ่นตามที่นอน หมอน ผ้าห่มได้มากขึ้น ดังนั้นควรระมัดระวังสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ และรักษาร่างกายให้แข็งแรงเข้าไว้

           8. พยายามรักษาร่างกายให้อบอุ่นในช่วงฤดูหนาว หรือช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นเหมาะกับฤดูกาล หากอยู่ในที่ที่หนาวมากควรสวมหมวก เพื่อลดการถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกาย

           9.การอาบน้ำหลังจากตื่นนอน อาจไม่จำเป็นต้องฟอกสบู่ หรือฟอกเพียงบางจุด หรือหากอยู่ในที่ที่อากาศหนาวมาก ๆ อาจไม่จำเป็นต้องอาบน้ำวันละสองครั้งตามปกติ และไม่ควรอาบน้ำนาน ๆ

           10.ไม่ควรอาบน้ำอุ่นจัดจนเกินไป โดยเฉพาะการล้างหน้า เพราะน้ำอุ่นจะทำให้ความชุ่มชื้นของผิวหายไป นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีฟองมาก ๆ เพราะจะดึงความชุ่มชื้นไปจากผิว และไม่ควรเช็ดถูผิวแรง ๆ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวลอกมากขึ้น

           11.ทาโลชั่นบำรุงผิวหลังอาบน้ำ ขณะที่ตัวยังหมาด ๆ จะช่วยป้องกันผิวแห้ง แตก ลอก ในฤดูหนาวได้ และควรทาให้ทั่วร่างกาย ไม่ใช่เฉพาะแขนกับขาเท่านั้น รวมทั้งส่วนที่เรามักไม่ใส่ใจ เช่น เท้า การทาโลชั่นและสวมถุงเท้านอน จะช่วยให้เท้าเนียนนุ่มชุ่มชื้น ลดปัญหาส้นเท้าแตกได้อีกด้วย

           ส่วนมือที่แห้งและแตก ก็ควรหมั่นทาครีม หรือโลชั่นเช่นกัน นอกจากจะช่วยให้ความชุ่มชื้นแล้วยังช่วยให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นด้วย สำหรับใครที่มือแห้งมาก ๆ ลองนวดด้วยน้ำมันมะกอกทิ้งไว้สักพัก ล้างออกด้วยน้ำสบู่ แล้วนวดด้วยครีมทามืออีกครั้ง ไม่ช้าริ้วรอยแห้งแตกก็จะหายไป

           ส่วนผู้ที่ต้องใช้มือทำงานสัมผัสน้ำอยู่ตลอดเวลา เช่น ล้างจาน ซักผ้า ช่วงหน้าหนาวจะยิ่งรู้สึกแสบมือมาก อาจมีอาการบวมแดงและแตกได้ ควรป้องกันด้วยการสวมถุงมือยางกันน้ำ

           12.ริมฝีปากที่แห้งแตกก็ควรได้รับการบำรุงและปกป้องเช่นกัน สมัยนี้มีลิปมัน ลิปบาล์ม ให้เลือกใช้มากมาย รวมทั้งชนิด For Men ของคุณผู้ชายด้วย สำหรับผู้ชายที่รู้สึกเขินเวลาใช้ลิปแท่ง อาจเลือกซื้อชนิดตลับไว้พกติดตัวก็ได้ ที่สำคัญ ไม่ควรเลียริมฝีปากบ่อย ๆ เพราะจะยิ่งทำให้ปากแห้งแตกมากขึ้น

           13.ในช่วงหน้าหนาวไม่จำเป็นต้องสระผมบ่อย ๆ เช่นกัน และใช้แชมพูในปริมาณน้อย ๆ ก็เพียงพอแล้ว เพราะจะทำให้เส้นผมแห้งแตกปลายได้ง่าย และยังทำให้หนังศีรษะแห้งเกินไปจนเกิดรังแคได้อีกด้วย สำหรับผมที่แห้งมาก การเลือกใช้แชมพูและครีมนวดผมที่เหมาะสำหรับผมแห้งจะช่วยได้ หลังการสระผมอาจใช้น้ำมันบำรุงเส้นผมทาเคลือบที่ปลายผมบาง ๆ เพื่อลดไฟฟ้าสถิต ช่วยให้ผมไม่ฟู

           14.บำรุงร่างกายภายนอกกันแล้ว ก็อย่าลืมบำรุงร่างกายให้ชุ่มชื้นจากภายในด้วย โดยการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน โดยเฉพาะน้ำอุ่นซึ่งจะช่วยให้ร่างกายของคุณอุ่นขึ้น นอกจากนี้ควรรับประทานผักผลไม้สดให้มากด้วย เพื่อให้ร่างกายชุ่มชื้นจากภายใน

           15.การเลือกซื้อเสื้อกันหนาวก็สำคัญ บางคนเลือกซื้อเสื้อกันหนาวมือสอง เนื่องจากมีราคาถูก แต่ก็อาจนำเชื้อโรคต่าง ๆ ติดมาด้วย ควรเลือกให้ดี อย่าให้มีรอยด่างดำและรอยคราบสารคัดหลั่งต่าง ๆ หรือกลิ่นอับชื้นติดอยู่ เพราะอาจทำให้ติดเชื้อโรคได้ เช่น โรคผิวหนัง โรคติดเชื้อ เชื้อรา หรือโรคทางเดินหายใจต่าง ๆ ก่อนนำไปสวมใส่ควรต้มในน้ำเดือด และซักให้สะอาด แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้งสนิท

           แม้แต่เสื้อกันหนาวใหม่ ๆ ก็ควรนำไปซักแล้วตากแดดก่อนนำไปสวมใส่เช่นกัน เพราะในเนื้อผ้าอาจมีสารเคมีที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง หรือโรคทางเดินหายใจต่าง ๆ ได้เช่นกัน

           15 เคล็ดลับดูแลสุขภาพในช่วงฤดูหนาวทั้งหมดที่กล่าวมา คงจะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง พร้อมรับลมหนาวที่กำลังมาเยือน

December 8, 2011

ผมสวยท้าลมร้อน

Filed under: Uncategorized — admin @ 2:39 pm

  แสงแดดและความร้อนไม่เพียงแต่ส่งผลต่อผิวพรรณ แต่ยังทำให้ผมของคุณเสียสวยได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นหลังจากปกป้องผิวพรรณกันแล้ว ก็มาลงมือปกป้องเส้นผมกันด้วย

ผมนิ่มสลวยไม่แห้งกรอบ

          แม้ในช่วงหน้าร้อนความชื้นในอากาศจะมีอยู่มาก แต่ไอร้อนและแสงแดดก็อาจทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นจนแห้งกรอบหรือแตก ปลายได้เช่นกัน ฉะนั้น ไปให้ช่างเล็มผมเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยป้องกันผมแตกปลายหรือหักขาดได้ แล้วก็ทำตามเคล็ดลับคืนความชุ่มชื้นให้เส้นผมของเรา

          ในช่วงนี้ควรทาคอนดิชันเนอร์บริเวณปลายผมให้มากขึ้น แล้วใช้หวีซี่ใหญ่ ๆ หวีเส้นผมที่เปียกอยู่เสมอ เพื่อป้องกันเส้นผมหักขาด

          ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ใช้คำว่า “Replenishment” อยู่บนขวดนั้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบสำหรับคืนความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผมที่แห้งกรอบ อย่าสับสนกับผลิตภัณฑ์เพิ่มความเงางามนะ เพราะอย่างหลังนี้จะเพิ่มแต่ความเงางามอย่างเดียว หรืออาจผสมสารเรืองรองเพื่อทำให้เส้นผมดูเป็นเงางาม แต่ไม่ได้คืนความชุ่มชื้นให้เส้นผมแต่อย่างใด ฉะนั้น เวลาจะซื้อผลิตภัณฑ์มาดูแลผมก็อ่านฉลากให้ดี ๆ ก่อน

          น้ำมันโจโจบาดูเหมือนจะเป็นของวิเศาสำหรับเส้นผมในช่วงนี้ (ถ้าหาไม่ได้…ใช้น้ำมันมะกอกแทนก็พอไหว) โดยใช้ทาบริเวณปลายผมเพื่อทำให้เส้นผมนุ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังใช้ทาก่อนสระผมเพื่อป้องกันเส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นหลังสระผม และใช้ทาในขณะที่เส้นผมแห้ง เพื่อเป็นการปกป้องเส้นผมในระหว่างวัน

          ในการคืนความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผมที่แห้งกรอบเป็นพิเศษนั้น ให้ทาคอนดิชันเนอร์ชนิดล้ำลึกลงบนเส้นผมที่เปียกหมาด ๆ หรือในขณะแห้งแล้วก็ได้ จากนั้น สวมหมวกอาบน้ำหรือใช้พลาสติกสำหรับห่ออาหารพันทับเอาไว้ก่อนเข้านอน วิธีนี้จะช่วยให้สารบำรุงในคอนดิชันเนอร์มีเวลามากขึ้นในการแทรกซึมเข้าไป ซ่อมแซมและคืนความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผมที่แห้งเสีย
เส้นผมเรียบสลวยไม่ชี้ฟู

          เมื่อความชื้นในอากาศเข้ามาปะทะกับโคนผม เส้นผมก็จะดูดซับความชุ่มชื้นส่วนเกินนั้นเอาไว้ แล้วกระจายความชื้นนั้นต่อไป ส่งผลให้เส้นผมเกิดการบิดตัวแล้วดูชี้ฟูขึ้นมา แต่โชคยังดีที่คุณสามารถกำราบเส้นผมชี้ฟูนั้นได้ และนี่คือรายละเอียด

          ถ้าคุณมีผมเส้นเล็กและเหยียดตรง ทาครีมแต่งผมบริเวณปลายผม เพื่อป้องกันไม่ให้ความมันเยิ้มสะสมตัวอยู่บนเส้นผม ถ้าเส้นผมของคุณมักจะชี้ฟูขึ้นมาอีกหลังจากผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง คุณก็ควรพกผลิตภัณฑ์ป้องกันเส้นผมชี้ฟูแบบที่เป็นสเปรย์ติดตัวเสมอ เพื่อคืนความเรียบสลวยให้เส้นผมในยามจำเป็น

          ถ้าคุณมีเส้นผมที่หยิกเป็นคลื่นอ่อน ๆ สภาพเส้นผมแบบนี้มักจะเป็นผมเส้นใหญ่ จึงสามารถใช้คอนดิชันเนอร์ชนิดเข้มข้นแบบไม่ต้องล้างออกได้ เพื่อล็อกความชุ่มชื้นเอาไว้ และทำให้เส้นผมดูเรียบสลวยขึ้นด้วย ทาคอนดิชันเนอร์ชนิดนี้ลงบนเส้นผมที่เปียกหมาด ๆ ก่อนไดร์ผม และถ้าวันไหนที่คิดว่าจะต้องเจอกับละอองฝน ก็หันมาใช้ซีรั่มเพิ่มความเงางาม ซึ่งจะช่วยกำราบเส้นผมชี้ฟูและเพิ่มความเงางามได้ยาวนานกว่า

          ถ้าคุณมีเส้นผมที่หยิกเป็นลอนมาก ๆ เส้น ผมที่ค่อนข้างหยาบแบบนี้จำเป็นต้องใช้คอนดิชันเนอร์ที่มีความเข้มข้นกว่า นั้น หรืออาจต้องใช้ครีมบำรุงผมแบบที่ต้องหาเอาไว้ข้ามคืน เพื่อล็อกความชุ่มชื้นและความเงางามเอาไว้ พร้อมช่วยให้เส้นผมเข้ารูปเข้าทรงมากขึ้น พยายามหลีกเลี่ยงเจลแต่งผมแบบที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เส้นผมแห้งได้ และในช่วงระหว่างวันก็ใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมสำหรับผมหยิก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคมชัดให้แก่ลอนผมของคุณ และช่วยป้องกันเส้นผมชี้ฟูให้คุณได้ด้วย

December 6, 2011

ร้อนสลับเย็น กับผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง

Filed under: casino online,slot online,sport betting — Tags: , , — admin @ 11:12 am

อาบน้ำ

หลังน้ำลด ลมหนาว เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนต้องเตรียมรับมือ การบรรเทาลมหนาวโดยการอาบน้ำอุ่นก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง แต่ใครจะรู้ว่าเทคนิคการอาบน้ำอย่างง่าย ๆ กลับส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างคาดไม่ถึง  นั่นคือวารีบำบัดแบบการอาบน้ำร้อนสลับเย็น หรือที่เรียกว่า Contrast Hydro Therapy

วารีบำบัดมีประวัติมายาวนาน แต่เริ่มมีแพร่หลายอย่างจริงจังเมื่อพระชาวเยอรมันชื่อ เซบาสเตียน คไนพ์ (1821–1897) ติดเชื้อป่วยเป็นวัณโรค ท่านรักษาตัวเองโดยการไปแช่ตัวในธารน้ำเย็นละแวกที่พำนัก แช่ทุกวันแม้ในวันที่อากาศหนาว จนชาวบ้านนินทาว่าท่านคงเพี้ยนและคงตายในเวลาอันสั้น แต่นอกจากไม่ตายท่านกลับดูแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็เลยใช้วิชาแช่น้ำรักษาผู้ป่วยอื่น ๆ และต่อมาท่านพัฒนาเทคนิคการใช้น้ำในการรักษาแบบต่าง ๆ เช่น อาบน้ำร้อนสลับน้ำเย็น เป็นต้น

นอกจากทางยุโรปที่พบความมหัศจรรย์ของการอาบน้ำร้อนสลับเย็นแล้ว ศาสตร์ของวารีบำบัดก็เป็นที่แพร่หลายในประเทศตะวันออกเช่นกัน โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นประเทศที่ถือว่าประชากรมีอายุเฉลี่ยสูงที่สุดในโลก

โดยผลการวิจัยยืนยันจาก Brain Functions Laboratory Inc. ประเทศญี่ปุ่น เมื่อทดลองจากการอาบน้ำร้อนสลับเย็น และทดสอบกับคลื่นไฟฟ้าสมอง และระดับการเต้นของหัวใจ พบว่าเมื่ออาบน้ำร้อนสลับเย็นระดับความโกรธและความเครียดลดลง  ความผ่อนคลายเพิ่มขึ้น และการเต้นของหัวใจที่ลดลง

เนื่องจากว่าน้ำร้อนจะทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และทำให้เกิดเหงื่อรวมถึงการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้น ส่วนน้ำเย็นจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและลดการไหลเวียนของโลหิต รวมถึงการเต้นของหัวใจที่ลดลง และเมื่อมีการอาบน้ำร้อน-เย็นสลับกันจะทำให้ร่างกายถูกกระตุ้นเป็นรอบ ๆ โดยเริ่มจากระบบประสาทส่วนปลาย ระบบประสาทอัตโนมัติ / ระบบประสาทส่วนกลาง  ปฏิกิริยาส่วนปลาย ซึ่งจะช่วยให้เกิดการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง การกระตุ้นปฏิกิริยาของร่างกายนี้จะทำให้เซลล์ประสาทมีความนิ่งและส่งผลให้สภาพจิตใจมีการพัฒนาผ่อนคลาย

ซึ่งการอาบน้ำร้อนสลับเย็นเพื่อการผ่อนคลายให้ได้ผลต้องมีการสลับอย่างน้อย 10 รอบ โดยน้ำร้อน 30 วินาที และน้ำเย็น 30 วินาที  โดยเริ่มจากการอาบน้ำร้อนก่อน  การทำวารีบำบัดลักษณะนี้สามารถทำได้ง่าย และทำได้เองที่บ้าน  เพียงแค่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่มี function การอาบน้ำร้อนสลับเย็นเท่านั้น

โรคภูมิแพ้ รักษาโรคภูมิแพ้ อาการโรคภูมิแพ้

Filed under: casino online,slot online,sport betting — Tags: , , — admin @ 11:10 am

 

December 5, 2011

หนุนวิจัย “หมามุ่ย” กระตุ้นการสร้างน้ำอสุจิ

Filed under: casino online,slot online,sport betting — Tags: , , — admin @ 7:22 pm

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หนุนกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยา อภัยภูเบศร ศึกษาวิจัยสรรพคุณสมุนไพรหมามุ่ย เป็นยาสมัยใหม่รักษาโรคพาร์กินสันและภาวะมีบุตรยาก ผลักดันสมุนไพรไทยพื้นบ้าน ขึ้นทะเบียนเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมยาไทย มุ่งสู่เศรษฐกิจโลก

นายวิทยา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้สนับสนุนการพัฒนาสมุนไพรไทย เป็นทางเลือกให้ประชาชนในการรักษาพยาบาล ขณะนี้มี สมุนไพรถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้วเกือบ 100 รายการ มูลค่าการใช้ในสถานบริการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขปีละกว่า 300 ล้านบาท และมีนโยบายพัฒนายาสมุนไพรไทยที่มีนับหมื่นชนิด เพื่อนำมาใช้เป็นยารักษาโรคหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร บำรุงร่างกาย ซึ่งล่าสุดมีข้อมูลวิจัยจากประเทศอินเดียพบว่าหมามุ่ยซึ่งเป็นพืชเถา พบมากในประเทศไทย มีสารที่สามารถใช้รักษาโรคพาร์กินสัน ที่เป็น โรคที่มีความเสื่อมของระบบประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว ทั่วโลกพบผู้ป่วยประมาณร้อยละ 1 หรือ 60 ล้านคน ส่วนคนไทยพบประมาณ 5-6 ล้านคน พบมากในผู้สูงอายุ

          นอกจากนี้ยังมีผลกระตุ้นการสร้างน้ำอสุจิ ใช้รักษาภาวะมีบุตรยากจากปัญหาความผิดปกติของการผลิตน้ำอสุจิในผู้ชาย ซึ่งขณะนี้มีครอบ ครัวไทยจำนวนมากที่ประสบปัญหามีบุตรยาก ที่พบได้ประมาณร้อยละ 15 ของครอบครัวไทย และต้องพึ่งการแพทย์สมัยใหม่ที่ค่าใช้ จ่ายสูงมาก ดังนั้นจะให้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทำ การศึกษาวิจัยและพัฒนาให้เป็นที่ยอมรับในทางวิทยาศาสตร์และทางคลินิก เพื่อขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา อาจทำเป็น 2 รูปแบบคือยารักษาโรคและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มั่นใจว่าพืชหมามุ่ยนี้จะเป็นข่าวดีของคนทั่วโลกที่มีปัญหา 2 เรื่องนี้ ซึ่งจะ เป็นการต่อยอดเศรษฐกิจยาไทยเชิงอุตสาหกรรม จะเร่งศึกษาให้เร็วที่สุด

          ที่ผ่านมา ตำราโบราณ มีหมอพื้นบ้านไทยใช้เมล็ดหมามุ่ย ใช้รักษาภาวะมีบุตรยากใน 2 ลักษณะคือ นำมาคั่ว บดคล้ายๆชาชง กินวันละ 5 กรัมหรือประมาณ 25 เมล็ด วันละ 1 ครั้งติดต่อกันนาน 3 เดือน และนึ่งเมล็ดหมามุ่ย 5 เมล็ดพร้อมกับข้าวเหนียว กินวันละ 3 ครั้ง เห็นผล ภายใน 7 วัน

          ทั้งนี้ ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติปีนี้ ซึ่งจัดที่ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม-4 กันยายน 2554 ขอเชิญผู้ที่สนใจ สมุนไพรไทยเข้าชม เลือกซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ยาไทย รวมทั้งสมุนไพรหมามุ่ยบริการผู้เข้าชมงานด้วย

ที่มา …. กระทรวงสาธารณสุข

4 ข้อห้าม”ยามฮันนีมูน”

Filed under: casino online,slot online,sport betting — Tags: , , — admin @ 6:14 pm


         ช่วงเวลารักหวานฮันนีมูนของคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามัน อาจถูกทำลายได้เพียงเสี้ยววินาที ด้วย 4 เรื่องอันตรายเหล่านี้

    เงินทองต้อง (รีบ) เคลียร์

           อย่างแรกที่ต้องทำคือเคลียร์บิลงานแต่งงานให้เร็วที่สุด ไม่งั้นได้พอกหางหมูสมทบหนี้บานในอนาคตแน่ ๆ แล้วถ้าคุณมีแผนจะซื้อบ้านด้วยกันแล้ว ควรคุยกันตั้งแต่ก่อนแต่งงานซะด้วยซ้ำ ใครมีหนี้สินอะไร แต่ละฝ่ายก็ต้องรับรู้และพูดคุยกันอย่างเปิดอก

 เพื่อนรัก หักไม่ได้

จริง ๆ แล้วเพื่อนมีความสำคัญมากต่อชีวิตคู่ เพราะฉะนั้น อย่าเผลอทิ้งเพื่อนโดยไม่รู้ตัวช่วงหลังแต่งงานหมาด ๆ เทคนิคกันเพื่อนงอนก็คือขอให้คุณคุยกับเพื่อน ๆ ให้ชัดเจนว่า พวกคุณยังเป็นเพื่อนกันอยู่เหมือนเดิม คุณอาจจะชวนเพื่อนให้มาที่บ้านหรือออกไปเที่ยวกับเพื่อนก็ได้

    เซ็กส์น้อย ถอยรัก

น่าตกใจที่จริง ๆ แล้ว 60% ของคู่แต่งงานใหม่มีชีวิตเซ็กส์แห้งผากกันเสียแล้ว นี่อาจเป็นเพราะคุณยุ่งจนไม่มีเวลาเพราะต้องจัดการอะไรต่อมิอะไรหลังแต่ง งานหมาด ๆ หรือคุณอาจแค่รู้สึกหดหู่ก็ชีวิตคู่คงความเซ็กซี่ตื่นเต้นได้ด้วยการ หมั่นเฟลิร์ตใส่กันบ่อย ๆ เช่น อาจทำตัวซุกซนหน่อยด้วยการส่งอีเมล์เซ็กซี่ยั่วยวนเขา หรือกระซิบข้างหูเขาก่อนเขาไปทำงานว่า? คืนนี้ฉันเปลือยเปล่าทำกับข้าวไว้รอคุณกลับนะคะ?

    ทะเลาะถี่ มีสิทธิ์เลิก

          ไม่มีคู่รักไหนที่ไม่ทะเลาะกันเลย แต่เพื่ออนาคตชีวิตคู่ที่ราบรื่น คุณต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี ควรรู้ว่าเมื่อไรควรแย้งและเมื่อไรควรหยุด และเมื่อไรที่รู้ว่าตัวเองกำลังโกรธจนตัวสั่น ขอให้เดินออกมาสงบสติก่อนสักแป๊บนึงก็ยังดี ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะพูดหรือทำอะไรแบบขาดสติซึ่งคุณเองนั่นแหละจะเสียใจที หลัง หลังทะเลาะกันแล้วขอให้คุณทั้งสองลบความขุ่นเคือง ห้ามแค้นฝังหุ่นกัน จะคืนดีด้วยการกุ๊กกิ๊กกันก็ได้

ผิวหน้า และการดูแล ของวัยต่างๆ

Filed under: casino online,slot online,sport betting — Tags: , , — admin @ 5:54 pm

 

ย่อมแตกต่างกันตามสภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัยที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ยังเป็นสาวหน้าใส ผิวพรรณ เต่งตึง การทาแค่ครีมกันแดด และล้างหน้าด้วยเคลนเซอร์สูตรอ่อนโยนก็อาจจะเพียงพอ แต่เมื่อวัยมากขึ้นรอยตีนกาเริ่มมาเยือน ผิวหน้าที่เคยเนียนใส กลับดูแห้งหรือหยาบมากขึ้น การเลือกผลิตภัณฑ์และการดูแลผิวอาจจะดูยุ่งยาก และต้องใส่ใจกันมากขึ้น เพราะปัญหาของผิวจะเริ่มปรากฎมากขึ้นนั่นเอง

วัย15-20
การดูแล : วัยรุ่นกับสิวเป็นของคู่กันเสมอ สิวในช่วงนี้มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ และมีตัวก่อกวนอื่น ๆ ร่วมด้วยเช่น การแคะ แกะ หรือบีบสิว รวมทั้งความเครียดและอดนอนจริง ๆ แล้ว สิวที่เกิดขึ้นมักหายไปเองตามธรรมชาติ ถ้าเราไม่ไปกดสิว ปัญหารอยดำ และการอักเสบก็จะไม่เกิดขึ้น แต่หากไม่หาย ก็ปรึกษาคุณหมอเถอะค่ะ การดูแลผิวในวัยสาวน้อย ควรล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ๆ วันละ 2 ครั้งก็พอ และหลีกเลี่ยงเคลนเซอร์หรือโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกฮอล์ เพราะค่อนข้างแรงกับผิวอาจทำให้ผิวใส ๆ ดูกร้านก่อนวัยได้

วัย 20 ปีขึ้นไป
การดูแล : ปัญหาเรื่องสิว จะลดน้อยลง ยกเว้นในคนที่ผิวมัน ที่อาจมีเม็ดสิวเป้ง ๆ ให้รำคาญใจได้ หรือคนที่มีฮอร์โมนเพศสูง ก็อาจมีสิวโผล่อยู่เรื่อย ๆ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ที่เคยใช้ ในช่วงสาววัย 16 ได้ดี บางครั้งอาจจะไม่เหมาะกับสาววัยนี้ก็เป็นได้ เนื่องจากผิวหน้าที่เคยอ่อนใส อาจดูหมองคล้ำ หรือแห้งกร้านได้ตามวัยที่มากขึ้น การใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีส่วนผสมของ AHA จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตาย และเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวหน้าสดใส เปล่งปลั่งมากขึ้นและไม่ลืมทาครีมป้องกันแดดทุกครั้ง ก่อนออกจากบ้าน เพราะแสงแดด จะทำให้ริ้วรอยมาเยือนผิวได้เร็วขึ้น ป้องกันไว้ดีกว่าแก้แน่นอนค่ะ นอกจากนี้การใช้ AHA จะทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้นจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ครีมกันแดดทุกวัน และหากเลี่ยงแดดแรง ๆ ได้ก็ควรทำค่ะ หรือจะเลือกการขัดผิวด้วยครีมขัดผิว ซึ่งผลิตมาเพื่อใช้กับผิวหน้าที่บอบบางก็สะดวกดีค่ะ วิธีขัดผิวที่ถูกต้อง ควรทำหลังจากทำความสะอาดหน้าแล้ว แต้มเจลหรือครีมขัดผิว ลงบนผิวหน้า 5 จุดคือ บริเวณ หน้าผาก แก้มทั้งสองข้างจมูก และคาง เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ แล้วใช้นิ้วกลางและนิ้วนาง ซึ่งมีแรงกด ค่อนข้างเบา นวดเป็นวงกลมไปในทิศเดียวกัน จะช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดลอก ทำให้ผิวหน้านวลผ่อง สดใสขึ้น ทำสัปดาห์ละครั้งก็พอค่ะ หลังจาก ขัดผิวแล้วอย่าลืมทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ทุกครั้ง ซึ่งการขัดผิวจะช่วยให้ครีมบำรุงผิวซึมสู่ผิวได้ล้ำลึกขึ้น

วัย 30 ปีขึ้นไป
การดูแล : ผิวหน้าของสาววัยนี้ จะมีปัญหาของริ้วรอยใต้ตา โดยเฉพาะเวลาที่คุณยิ้ม รอยตีนกาและรอยเหี่ยวย่นบนหน้าผาก จะเริ่มปรากฎชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ผิวพรรณที่เคยเปล่งปลั่ง สดใสก่อนหน้านี้ ก็จะเริ่มขาดความยืดหยุ่น ผิวหน้าจะดูหยาบกร้านขึ้น รูขุมขนโตขึ้น การดูแลผิวจึงต้องครบเครื่องมากขึ้น ทั้งการขัดผิว และมาสค์หน้า จะช่วยขจัดการหลุดลอกของผิวชั้นนอก และช่วยดูดซับสิ่งสกปรกตกค้างจากรูขุมขนส่วนลึกได้ดี ทำให้หน้าสะอาด กระชับและสดใสขึ้น และสำหรับผิวหน้าที่ เริ่มมีริ้วรอยควรเลือกมาส์ค ที่มีสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หลังการพอกหน้าและล้างสะอาดแล้ว จะทำให้หน้าผ่อง เนียนนุ่ม และมีความยืดหยุ่นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนการเลือกครีมบำรุงผิวของสาววัยนี้ ควรเน้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวเป็นพิเศษ เพราะผิวหน้าจะเริ่มแห้งมากขึ้น น้ำหล่อเลี้ยงผิวหน้าตามธรรมชาติ ผลิตน้อยลง และควรเลือกชนิดเนื้อเบา เพื่อไม่ให้ไปอุดตันรูขุมขน

นอกจากนี้ การใช้อายเจลหรืออายครีม ก็จะช่วยทำให้ผิวรอบดวงตา ชุ่มชื้นและสดใสขึ้น ส่วนครีมกันแดด ก็จำเป็นต้องใช้เป็นประจำทุกวัน

มาสก์พอกหน้าแบบประหยัดมาสค์พอกหน้าจากโยเกิร์ตล้างหน้าให้สะอาด ซับเบาๆด้วยผ้าขนหนู แล้วใช้มือแตะโยเกิร์ต(ให้ใช้ชนิดที่ไม่ผสมเนื้อผลไม้) มาพอกให้ทั่วผิวหน้า เว้นรอบปากและดวงตา นวดและคลีงเบาๆ พอกไว้ประมาณ 20 นาที จึงล้างออก หมั่นทำสัปดาห์ละ3 ครั้ง ผิวจะเปล่งปลั่งสดใส

มาสค์พอกหน้าจากมะละกอนำมะละกอมาปั่นให้ละเอียด นำพอกให้ทั่วผิวหน้า ในมะละกอจะมีเอนไซม์ที่ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หมดได้ จึงทำให้ผิวหน้า สดใส เปล่งปลั่ง

วิตามินเพื่อความงาม บำรุงสุขภาพผิว เพื่อหน้าใส

Filed under: casino online,slot online,sport betting — Tags: , , — admin @ 5:28 pm

ชีวิตที่เร่งรีบ ต้องทำงานแข่งกับเวลา อาจทำให้เราลืมคิดถึงคุณค่าของสารอาหารจากอาหารจานด่วน ที่เรารีบ ๆ คว้าใส่ท้อง ซึ่งอาหารเหล่านี้ อาจทำให้คุณขาดสารอาหารบางชนิด โดยเฉพาะวิตามิน

ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุขภาพของผิวพรรณ และยังช่วยให้มีสุขภาพดีอีกด้วย

วิตามิน 3 ตัวเอก ที่ช่วยให้ผิวพรรณของผู้หญิงเราสดใส เปล่งปลั่ง ก็คือ วิตามินเอ ซี และอี

วิตามินเอ จะช่วยสร้างผิวใหม่ที่แข็งแรง และชุ่มชื้น ผิวจึงเปล่งปลั่งสดใสเสมอ ถ้าอยากตาสวย ผิวเนียนนุ่มสดใส ต้องหมั่นรับประทาน ผักสด แครอท ฟักทอง มะละกอสุก ตับ ไข่แดง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินเอสูง

วิตามินซี ช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิวพรรณ เมื่อเซลล์ผิวทำงานดีขึ้น ผิวจะดูมีสุขภาพดี และเรียบเนียนขึ้นด้วย วิตามินซียังช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในผิว ลดจุดด่างดำ และยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวร่วงโรย วิตามินซีมีมากในส้ม มะนาว มะเขือเทศ สับปะรด ฝรั่ง มะขาม และสตรอเบอร์รี่
วิตามินอี เป็นสารแอนตี้ออกซิแด้นท์ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ ช่วยต่อต้านริ้วรอย วิตามินอีมีมากในธัญพืชต่าง ๆ เมล็ดทานตะวัน ถั่วเหลือง งา ข้าวซ้อมมือ

เพียงคุณปรับเปลี่ยนอาหาร เพิ่มวิตามินเพื่อความงามให้กับมื้ออาหารของคุณ คุณก็สามารถสวยแบบลืมวัย ลืมอายุไปได้เลย และหากได้ยืดเส้นยืดสายหลังเลิกงานกันบ้าง ปรับจิตใจให้สดชื่น มองโลกในแง่ดี และรู้จักการผ่อนคลายความเครียด คุณก็จะสวยสดใสแบบสาวสุขภาพดีแน่นอน

Older Posts »

Powered by WordPress